มูนาอัลซารูณีย์ สาวไทยวัย 66 ปี กับชีวิตดีดั่งนิยาย แฟชั่นสวยแพง

มูนาอัลซารูณีย์ เศรษฐีนีไทยในดูไบ ที่บินตรงจากดูไบเพื่อมาพักผ่อนที่ประเทศไทย และออกรายการเพื่ออัปเดตชีวิตที่น่าสนใจของเธออีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นรายการ “ตีท้ายครัว” หรือ “แฉ”

 

ก่อนที่ชีวิตคุณมูนาจะเปลี่ยนไปเป็นภรรยาของ “อาเหม็ด นูร์ ซารูณีย์” ชาวอาหรับ-ปากีสถาน นักธุรกิจผู้ร่ำรวยติดอันดับ Top 5 ในดินแดนขุมทรัพย์ทะเลทราย จนได้ชื่อว่าเป็น “ซินเดอเรลล่าเมืองไทย” ที่สวมสร้อยเพชรในราคาที่ซื้อตึกสูงๆ ได้แล้วนั้น เธอก็คือสาวไทยธรรมดาคนหนึ่ง

“มูนา” เคยเปิดบริษัททัวร์กับเพื่อนๆ มีลูกค้ามาใช้บริการปกติ รวมถึงเศรษฐีหนุ่มชาวดูไบ “อาเหม็ด นูร์ ซารูณีย์” ที่มาใช้บริการทัวร์ของเธอ จนเขาเกิดหลงรักเธอทั้งๆ ที่รู้ว่ามีลูกและสามีอยู่แล้ว ก็ยังเดินหน้าจีบอยู่หลายปี จนสุดท้าย คุณมูนา กับครอบครัวชาวไทยเลิกรากัน ทั้งสองเลยได้เริ่มคุยกันจริงจัง


ช่วงแรกแฟนชาวอาหรับโทรหาทุกวัน จนเธอเกิดความรำคาญ แต่ก็คุยกัน ตอนนั้นช่วงจีบคุณมูนาเคยพูดว่าอยากได้รถใหม่ แฟนส่งเงินมาให้เลยเป็นหลักล้านเพื่อให้ซื้อรถ แม้ว่าคุณมูนาจะได้ยินมาบ้างว่าเศรษฐีหนุ่มคนนี้ร่ำรวยแค่ไหน เธอก็ยังไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะจริงๆ คุณมูนาเป็นคนมีเงินอยู่แล้ว เพราะที่บ้านทำธุรกิจขายเพชร

ในที่สุดคุณมูนาก็เริ่มใจอ่อน ตัดสินใจแต่งงานกับเศรษฐีหนุ่ม จนชีวิตเปลี่ยนไป สามีให้เงินใช้มากกว่าเดือนละ 7 หลักโดยไม่ต้องทำงาน

“มูนา” กล่าวในรายการ “ตีท้ายครัว” ไว้ว่า “ยังคิดเลยว่าความฝันเราเป็นจริง เราชอบแต่งตัวเหมือนเจ้าหญิง ชอบแต่งหน้า แต่งตัวเยอะๆ ติดขนตา ชอบใส่ตุ้มหูใหญ่ๆ

และได้เผยเคล็ดลับความงามในวัย 66 ปีที่ยังสวยสะพรั่งแบบไม่ปิดบังไว้ว่า “ทำหน้า ทั้งทำเลเซอร์ ฉีดโบท็อกซ์ ฉีดฟิลเลอร์ มีหมอประจำอยู่ เราอายุเยอะแล้ว ไม่โกหกว่าไม่ทำอะไร เพราะทำทั้งหน้า เมื่อก่อนกินโสมบำรุงปีละ 1.2 ล้านบาท กินอยู่ได้ 6 เดือน คุณหมอบอกให้หยุด เพราะไตทำงานหนัก มันเข้มข้นมาก แต่กินแล้วสวย ผิวพรรณดีขึ้นจริงๆ”


ปัจจุบันคุณมูนาก็ยังคงดูแลตัวเองดีอยู่ เธอชอบแต่งตัว แต่งหน้า ทุกๆ วัน ตื่นนอนแล้วจะต้องแต่งหน้า แต่งตัวสวย เพื่อมาเลี้ยงแมว และเล่นอินสตาแกรม โพสต์รูป ตอบข้อความของแฟนคลับที่มาติดตาม จนตอนนี้มีคนมาติดตามเธอในอินสตาแกรมมากถึงหลักแสน

“มูนา” วัย 66 ปียังแจ๋ว จะชีวิตดีแค่ไหน และเธอจะแต่งตัวจัดเต็มในทุกๆ วันเพียงใด ตามมาส่องแฟชั่นสไตล์อาหรับของเธอกัน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com